Profiel van katsarinkumikase--แปลว่าห้องของเ...Foto'sWeblogLijstenMeer Extra Help

Weblog


    18 april

    Pan's Labyrinth

    สุดยอดหนัง(ของเราตอนนี้) ใครยังไม่ดู เชียร์ขาดใจเลยนะเนี่ย
    หดหู่ เศร้าหมอง ประทับใจ ซึ้ง หลายๆ อย่างรวมกัน
    อัดอั้น คุ้มๆๆๆๆๆ  มากๆๆๆๆๆๆ

    เหอๆ แค่นี้ดีกว่า ไปอ่านหนังสือเถ๊อะ!! 

    ชอบ!!!! ก
    25 september

    ne~NANA This is Endless Story~

     
     
    นี่..นานะ
     
    เธอที่ยืนอยู่หน้าฉันตรงนี้

    ยังคงเปล่งแสงประกาย

    เป็นเรื่องราวที่ไม่รู้จบ

    และเธอคนนี้เท่านั้น...

    จะอยู่ในความทรงจำ

    ที่ฉันจะไม่มีวันลืมเลือน


    .
    .

    If you haven't changed your mind
    そばにいてほしいよ
    โซ บะ นิ อิ เตะ โฮ ชิ อิ โย
    tonight

    強がることに疲れたの
    ทสึ โย กา รุ โคะ โตะ นิ ทสึ คา เระ ตะ โนะ
    幼すぎたの
    โอ ซา นะ สึ กิ ตะ โนะ
    everytime i think about you baby
    今なら言える
    อิ มา นา รา อี เอะ รุ
    i miss you
    It is hard to say i'm sorry

    * たとえば 誰かのためじゃなく あなたのために
    ทา โท เอ บะ ดา เระ คะ โนะ ทา เมะ จา นา คุ อะ นา ตะ โนะ ทา เมะ นิ
    歌いたい この歌を
    อุ ทา อิ ทา อิ โค โนะ อุ ทา โว
    終わらない story 続くこの輝きに
    โอ วา รา นาย story ทสึ ดือ คือ โคะ โนะ คา กา ยา กิ นิ
    Always 伝えたい ずっと永遠に
    Always ทสึ ทา เอะ ทา อิ ซือ อึต โตะ อี อิ เอะ อึน นี

    Memories of our time together
    消さなで このまま don't go away
    เคะ สะ นา อิ เดะ โคะ โนะ มา มา don't go away

    あたたかく溶けだして 確かめるの
    อะ ทา ทา คา คุ โท เคะ ดา ชิ เตะ ทา ชิ คะ เม รือ โนะ
    優しさのしずく この胸にひろがってく
    ยา ซา ชิ สะ โนะ ชิ ซือ คือ โคะ โนะ มู เนะ นิ ฮิ โระ กัต เตะ คือ
    切ないほどに I'm missing you
    เซ็ท ทสึ นา อิ โฮ โด นิ
    重ねた手 離さないで
    คา สะ เนะ ตะ เทะ ฮา นะ ซะ นา อิ เดะ

    ** たとえば 誰かのためじゃなく あなたのために
    ทา โท เอ บะ ดา เระ คะ โนะ ทา เมะ จา นา คุ อะ นา ตะ โนะ ทา เมะ นิ
    歌いたい この歌を
    อุ ทา อิ ทา อิ โค โนะ อุ ทา โว
    終わらない story 絶え間ない愛しさで
    โอ วา รา นาย story ทา เอะ มะ นา อิ อิ โตะ ชิ สะ เดะ
    tell me why 教えてよ ずっと永遠に
    tell me why โอ ชิ เอะ เตะ โยะ ซือ อึต โตะ อี อิ เอะ อึน นี

    Repeat *,**
     
     
    20 mei

    คอยรถเมล์...

    มาอัพอีกแว้ว....

    เกิดอาการ wink wink....
    เมื่อได้ไปดู Moulin Rouge
    เฮ้อ...

    คอยรถเมล์...คอยรถเมล์
    ขอฟ้าจงบันดาล
    ให้ฉันได้พบรถเมล์....
    (ทำนอง Come What May)

    รอรถเมล์คันที่ใช่
    เมื่อไหร่จะมาถึงน้า
    เอ..รึมันวิ่งผ่านไปแล้วนะ
    เราต้องวิ่งตามใช่มั้ย
    อย่างน้อยก็อาจจะทันที่ป้ายหน้า

    รึว่าจะขึ้นคันที่อยู่ตรงหน้านี่ไปก่อน
    แล้วถ้าไม่ใช่ ก็ลง คงยังไม่สายนะ
    แต่ก็คงเสียเวลาไปหลายป้ายทีเดียว

    แล้วเมื่อไหร่คันที่"ใช่"ถึงจะมาหล่ะ
    อย่าให้รอนานได้มั้ย
    มันเมื่อย(ใจ)นะ

    แค่นี้ล่ะจ๊ะ ความคิดดีดีที่ได้มา
    เปนสิ่งที่ประทับใจในละคอนถาปัดปีนี้
    เฮ้อ...(ถอนหายใจอีกครั้งแล้วกัน)

     
    14 mei

    "TuRN" to "Lord of the Flies"

    เอาหนังสองเรื่องมาฝากจ้า เพิ่งดูจบเมื่อกี๊เอง
     
    หนึ่ง Lord of the Flies
    สร้างจากนิยายขายดี (ตัวนิยายก็ได้รับรางวัลอะไรซักอย่างด้วย) 
    ของคุนนักเขียน William Golding (ได้เปนถึงทั่นเซอร์เชียวนา)
     
      

    มันเปนคำเรียกของหัวหมูที่ถูกแมลงวันตอมซะหึ่ง
    ที่มาของหัวหมูเปนไง ถ้าสนใจจิงๆ ถามกันได้
    หรือไปดูเองดีก่า (เด๋วสปอยล์)
    คร่าวๆ ก็คือ เปนเรื่องที่ตีแผ่ด้านมืดของมนุษย์น่ะค่ะ
    สัญชาตญาณดิบในการเวียนว่ายแข่งขัน
    และห่ำหั่นกันในการถือสิทธิ์ปกครอง

    เด็กประถมจำนวนหนึ่งเครื่องบินตก
    ทำให้ติดเกาะร้าง พวกเขาจะอยู่รอดยังไง
    ก็มีการสร้างเปนสังคมขึ้นมา...
    (โอ้ย.. เล่าแล้วสปอยล์แหงม พอดีก่า)

    และก็แถมนิดว่าเรื่องนี้เปนหนังที่คุนบอกอ MARS
    แนะนำให้คุณทักษิณ(คนนั้น) ดู
    เนื่องในโอกาสที่นักคิด นักเขียนมากมายมารวมกัน
    เสนอ 50+หนังน่าดูสำหรับคุณทักษิณน่ะค่ะ
    (ใครอยากรู้ว่ามีเรื่องไรบ้างนอกจาเรื่องนี้ หาอ่านได้ใน
    Bioscope ฉบับเดือนนี้นะจ๊ะ ยืมข้าพเจ้าได้)

    เออ...เรื่องนี้ ขาวดำนะคะ ปี1963 แต่ก็ระทึกใช้ได้เลย
    จากสิบก็เกือบเต็มล่ะ (อะ..เต็มก็ได้ สะท้อนใจสุดๆ)

     

    ----------------------------------------------------------

    สอง TURN
    หนังญี่ปุ่นเงียบๆ ที่จี๊ดโดนใจมากๆ
    จากบทน่ะค่ะ
    (ไม่มีรูปประกอบ เพราะหาไม่เจอ)
    เปนหนังเล็กๆ ที่ไม่เข้าไทยละมั้ง น่าเสียดายๆ

    จะเปนยังไงถ้าเราประสบอุบัติเหตุ
    กลายเปนเจ้าหญิง(หรือเจ้าชาย?)นิทรา
    จิตเราล่ะ...จะไปอยู่ไหน

    ถ้าเรากลับมาอยู่ในวันก่อนที่จะเกิดเรื่องนั้น
    ใช้ชีวิตเพียงหนึ่งวัน
    ในบ้านเราเอง ในโลกเดิม  ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่น
    อยู่คนเดียวจิงๆ จนถึงเวลานั้น
    แล้วเราก็หมุนกลับมาอย่างนี้เรื่อยๆ
    มาอยู่ ณ วันก่อนเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง
    ทุกอย่างที่เราทำในวันก่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น
    จะกลับมาเปนเช่นเดิม
    มีเพียง ความทรงจำของเราเท่านั้น ...ที่คงอยู่

    จะทำยังไงดีคะ?

    ซับพล็อตที่น่าสน ก็คือ
    วันหนึ่งดันมีโทรศัพท์ดังขึ้นมาในโลกที่เราอยู่คนเดียวนั้น
    จากคนที่เราไม่รู้จัก
    ....(ไม่เอาแล้ว.. เล่ายาว สปอยล์อีกละ)

    มันจี๊ดเจงๆ ค่า
    จากตอนที่ไปเช่าหนัง ก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้
    แต่มันเปนพรหมลิขิตไง พรหมลิขิต
    ที่ดันมีคนเอาหนังเรื่องนี้มาคืนพอดี
    แล้วก็วางไว้ต่อหน้าต่อตาเราซะงั้น

    แล้วก็อีกอย่างนะ
    เรารู้สึกว่า เราเหมือนคุนนางเอกเรื่องนี้ด้วย
    (ไม่ได้น่ารักเหมือนหรอกเน้อ... นั่นมันหลงตัวเองแย้ว)
    ก็เหมือนที่เปนคนแปลกๆ ชอบอยู่ในโลกเหงาๆ ยิ้มกับตัวเอง
    แต่เอาเข้าจิงแล้ว 
    โลกที่ว่างเปล่า คงทำร้ายเรา ไม่ใช่น้อยเลย

    เรื่องนี้ก็ซึ้งทีเดียว
    มีฉากแม่-ลูกพอเปนกระสัย
    แล้วก็ soulmate คล้ายๆ Il Mare เลย (เฮ้อ..อิจฉาจาง)

    เพลงประกอบ(ที่มีอันเดียวก็เพราะ)

    หงึ..โดนใจอ่า

     

    ----------------------------------------------------------

    นี่ก็ใกล้จาขึ้นวอร์ดแล้ว
    มีเรื่องหนังมาอัพบ่อยๆ ก็อย่าเบื่อซะก่อนล่ะ
    เด๋วเราก็ไม่มีเวลาดูแล้วอ่า
    ตอนนี้ต้องตักตวงๆ

    แล้วก็ใครที่อยาก/ชอบดูเรื่องอะไร
    โดยเฉพาะหนังเอเชียละก็ แชร์กันได้นะจ๊ะ
    บางเรื่องเราก็มีที่บ้าน ส่วนใหญ่ก็ยืมมาน่ะ (จากร้านฝั่งนั้นงัย)
    (ถึงเราชอบดูหนัง แต่บางเรื่องก็ไม่เคยดูหรอก)

     

    อ่อ...อาทิตย์หน้า (18 พ.ค.น่ะ)
    นอกจาก ก้านกล้วย อนิเมชั่นไทย ที่น่าหนับหนุนแล้ว
    ยังมี DaVinci Code งัย (หลายคนคงรออย่างใจจด ใจจ่อ)
    แล้วก็ หมากเตะ...โลกตะลึง (เอ่อ.. อันนี้ก็น่าสน
    เข้ากระแสบอลโลกเลยทีเดียว)
    นอกจากนี้ หนังทางเลือกที่ฉายจำกัดโรง (ก็ที่ลิโด้ หรือ House น่ะ)
    ก็มี Spring Snow ที่มีคุนยูโกะแสดงด้วย
    (นางเอก Be with You สุดที่ร้าก)
    และ Paradise Now หนังประเด็นร้อน เข้าชิงออสการ์ ตปท. ที่ผ่านมา

     

    สัปดาห์ต่อไปก็มีฟอร์มใหญ่ X-Men:The Last Stand มาอีก เฮ้อ...
    หลังจากนั้นก็หนูหิ่น  รักจัง  Silent Hill  The Producers
    (คงไม่ดูชุดหลังนี้ม้าง ยกเว้นเรื่องหลังสุด) 
    จนตรอกๆ  กรอบเจงๆ ละทีนี้
    มีใครอยากเลี้ยงเด็กด้อยโอกาสทางการเสพหนังมั้ยค้า... T_T"


    ป.ล. อาจจาไม่ได้มาอัพอีกนาน  เนื่องจากต้องไปดูหนังที่เช่ามาให้หมด
           และก็หนังสือด้วย (ตอนนี้กะลังบ้าคุนวินทร์ อยู่อ่า)
           แล้วก็ตั้งใจเรียนด้วย (เด๋ว คุนดรีมบ่นอีก หุหุ)
           ดังนั้น ก็ขออวยพร ให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ
           สมหวังในสิ่งตั้งใจทุกประการ กินข้าวอร่อยทุกมื้อนะค้า...
           แล้วเจอกาน... (0_0)

    08 mei

    เชียร์สุดใจ...หอคอยโตเกียวยามตะวันตกดิน



    ไปดูมาแล้วค่า
    เมื่อกี๊นี้เอง
    หนังดีดี จากกระแสหน้าม้าทั้งหลายในเฉลิมไทย

    ที่โรงหนังสยาม กะคุนออย เจ๊ไทร
    บ่อน้ำตาแตกท่วมกันเลยทีเดียว

    หนังอะไรน้า
    ไม่เห็นเคยได้ยิน
    มีโรงฉายแค่สองโรง ทั่วทั้งกรุงเทพฯ
    แต่กลับยืนหยัดมาได้เกือบสองเดือน
    ไม่ใช่กระแสปากต่อปากที่แรงกว่า Be with you
    แต่ทำไมน้า...

    แค่คำพูดจะรู้ได้งัยว่าชอบมั้ย
    ต้องไปดูเองค่ะ

    แล้วก็จะรักครอบครัว
    รักเพื่อน
    รักคนบนโลก
    รักคนอื่น
    และอยากเปนคนที่ถูกรัก
    เพิ่มขึ้นอีก

    แล้วก็จะรู้ว่า
    ไม่ว่าอีกกี่สิบปีผ่านไป
    ภาพตะวันตกก็จะสวยในใจเราเสมอ

    รักคนอ่านค่า...
     
    13 april

    Memo

    วันนี้เปนวันสงกรานต์
    แต่ก็มาเล่นเน็ตอีกแล้ว
    โว่ๆ อยากไปเที่ยวบ้างง่ะ แต่ไม่รู้จาชวนใครไป
    อยากไปเดินหนามหลวง
    อ่านสเปซ otto แล้วยิ่งอยากไปง่ะ 
    งือ...

    กันลืม...
    12-14 / 19-21 พ.ค.
    19.00 น.  เสาร์-อาทิตย์เพิ่มรอบ 13.00 น.
    หอประชุมใหญ่ จุฬาฯ
    ไปซื้อบัตรตั้งแต่ 17 เม.ย. ได้เลย ที่ประตูกลางถาปัด
    โทร.096711011
    ละครถาปัดจุฬาฯ ปีนี้ เรื่อง Moulin Rouge ค่ะ
    จะมีใครอยากไปดูบ้างมั้ยเนี่ย...
    12 maart

    Crush on the Gardener.

    วันนี้ไปดูหนังมาอีกแล้วจ้า
    เดินทางไปถึงลิโด้(เคน) อีกเช่นเคย
    มีเรา คุนดรีม ไอ่กิฟท์
    ไปถึงก็แยกย้ายไปดูเรื่องที่ตัวเองอยากดู
    คุนดรีมที่หวังไปชม ฮัฟฟ์แมน ใน Transmerica
    กลับได้คุนลูกชายสุดหล่อกลับมาเปนขวัญใจแทนซะนี่
    ส่วนอธิชา ก็เปนปลื้มกะเจ้รีส ใน Walk the Line
    เพลงเพราะก็จิงง่ะ (แต่ตอนเราไปดูกลับง่วงซะนี่)

    ส่วนข้าพเจ้าไปชมสวนใน
    The Constant Gardener ค่า
    เปนสวนมนุษย์จิงๆ เลย
    หน้าหนัง บางคนว่าน่าจะเครียด
    แต่สำหรับเรา มันคือหนังรักชั้นดี
    ที่ถ่ายทอดถึงความลึกซึ้งได้อย่างมีมุมมองวิเศษ
    ใครจะรู้ว่า คนที่เรารัก แท้จริงแล้ว
    เราแทบจะไม่รู้จักตัวตนของเขาเลย
    ตัวหนังถ่ายทำที่เคนย่า ซึ่งเปนท้องเรื่องในบทจริงๆ
    การแสดงที่เหมือนไม่แสดงของตัวประกอบพื้นเมืองนับพัน
    มันทำให้เรารู้สึกถึงหัวใจคนทำงานการกุศล อย่างยูนิเซฟเงี้ย
    อย่างน้อยก็เสี้ยวหนึ่ง
    ตัวละครหลักทั้งสองก็ถ่ายทอดบทบาทของตัวเองได้เปนอย่างดี
    อย่างนี้สิ คุนราเชล ไวซ์ จึงได้ออสการ์ไปกอดที่บ้าน
    ทั้งๆ ที่ออกไม่กี่ฉากนั่นแหละ

    ที่เราชอบที่สุด คือ มุมมองของกล้องและไอเดียองค์ประกอบศิลป์
    ทุกอย่างมีความหมาย
    การสั่นพลิ้วของกล้องที่จงใจ โทนสีที่เล่นกับตานักชม
    เหล่านี้เปนเสน่ห์ของหนังที่ถูกจริตเรา (อีกแล้ว)
    และที่สำคัญ ตัวภาพ กระชับทุกฉาก
    เรื่องนี้ไม่หลับแล้วง่า

    แนะนำนะค่า....




    ----------------------------------------------------------------------------------------

    จากนั้น เราทั้งสามและคุนออย (ครบอะดอกฟิล์มแล้น)
    ก็ไปชนกันต่อ (ไม่ใช่ชนแก้วเน้อ..ฮุฮุ)
    ก็หนังยอดเยี่ยมออสการ์ปีนี้ไงจ๊ะ
    Crash เหตุผลที่คนควรอยู่ด้วยกัน
    ก็เพราะว่าไม่มีใครจะดีพร้อมไปดังฝันได้ทุกอย่าง
    และเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว
    ก็ต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง
    พูดไม่ค่อยออกถึงหนังเรื่องนี้อ่า
    อยากให้ได้ดูกันเยอะๆ
    เพราะว่าพอดูจบแล้ว
    เรารู้สึกรักคนบนโลกนี้ขึ้นอีกติ๊ดนึงเลย
    เราชอบฉากเริ่มเปิดตัวมากๆ
    ข้อความนั้นที่ตัวละครพูดกัน ดูมันสรุปใจความได้ทุกอย่าง
    ของการอยู่ในสังคมของมนุษย์

    ประมาณว่า
    --เราต่างก็อยู่ใกล้กันในสถานที่แห่งหนึ่ง
    แต่ห่างกันด้วยกระจกกั้น (ตอนพูด พวกเขานั่งอยู่บนรถ)
    ที่เราต้องการก็คือ การได้รับสัมผัสจากคนที่อยู่นอกกระจกนั่น--
    เพราะอย่างนั้นละมั้ง เราจึงพยายามที่จะชนกัน
    (แล้วเมื่อไหร่เราจะได้ชนกับคนๆนั้นซะทีหนอ)

    เรื่องนี้ก็น่าดูนะเนี่ย



    ที่ลิโด้นะจ๊ะ รอบเหลือน้อยแล้วอ่า
    03 maart

    ไม่พูดถึง ไม่ได้แล้วมั้งเนี่ย...

    เด็กหออ่า
    สุดยอด น้องวิเชียร กลายเปนขวัญใจเราไปซะแล้ว
    ใครอยากรู้ว่าทำไม แล้วน้องวิเชียรคือใคร
    ไปอุดหนุนกันได้นะจ๊ะ
    ขอพลัง S จงอยู่ยั้งยืนยง เราก็เหมือนอยู่คงชีพด้วย








    14 februari

    Sympathy for lady Vengeance

    a sentence about your site

    Sympathy for Lady Vengeance
    (Chinjeolhan geumjassi)

    เกาหลีใต้, 2005, 112 นาที
    กำกับโดย Chan-wook Park
    นำแสดงโดย: Lee Yeon-ae, Choi Min-sik, Kim Si-hu, Nam Il-woo, Kim Byeong-ok
    ประเภท: Comedy/Drama/Thriller
    รูปแบบ: 35mm, สี: Color, เสียง: Dolby Digital SRD
    หมวดภาพยนตร์: International Competition

    แผนล้างแค้นอันเลือดเย็นของลีกุมจา (ลียังแอ) ผลิบานราวกุหลาบงามแบบวิปริตท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้าย  ลีกุมจาถูกจองจำด้วยข้อหาลักพาและฆาตกรรมเด็กวัยหกขวบ    ความไร้เดียงสาอันแฝงด้วยปรัชญาทมิฬของเธอดึงดูดเพื่อนร่วมคุกให้ฝักใฝ่ในอุดมการณ์ชำระแค้น  นักโทษหญิงอดีตโสเภณีที่เชือดคอแมงดาของเธอ และอดีตสายลับเกาหลีเหนือ ต่างร่วมออกความคิดและเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจของลีกุมจาให้พร้อมสำหรับวันคิดบัญชีที่ใกล้จะมาถึง นี่คือภาพยนตร์ในชุดไตรภาคแห่งการล้างแค้นของผู้กำกับที่โด่งดังที่สุดของเกาหลี ความดุร้ายและพลังถาโถมของหนังจู่โจมผู้ชมอย่างเลือดเย็นไม่แพ้ความรุ่มร้อนที่สุมในหัวอกของตัวละคร

    Director: Chan-wook Park
    Executive Producer: Miky Lee
    Producer: Lee Tae-hun, Cho Young-wuk
    Screenwriter: Chung Seo-kyung, Park Chan-wook
    Cinematographer: Chung Chung-hoon
    Editor: Kim Sang-bum, Kim Jae-bum
    Production Designer: Jo Hwa-sung


    -------------------------------------------------------------------
    แหล่งข้อมูล http://www.bangkokfilm.org/
    09 februari

    กระสือวาเลนไทน์-ไปดูมาแว้ว

    สิบสี่ กุมภาพันธ์ สองพันสี่ร้อยแปดสิบสี่
    วันแสนดีวันที่รักปักใจสอง
    หวังให้เธอเคียงอยู่เป็นคู่ครอง
    ไม่หวังปองสิ่งอื่นใดในโลกา

    แต่ชะตากลับกลั่นแกล้งไม่เข้าข้าง
    จึงต้องห่างร้างไกลให้โหยหา
    ขอจงรอ รอพี่หน่อยนะแก้วตา
    รอพี่มากลับใกล้ชิด นิจนิรันดร์



    ถือว่าดีใช้ได้เลยนา  เราชอบมากกว่าบุปผาฯ แล้วก็คิดว่าน่ากลัวกว่าด้วย
    แต่มานก็ไม่แนวเดียวกันโดยสิ้นเชิงหรอกนะ
    เนื้อเรื่องก็ตรงไปตรงมา  ออกจาคาดเดาง่าย
    แต่ก็สนุกทีเดียวล่ะ


    แนะให้ไปดูกานนะค้า

    a sentence about your site

    ปล. อัพเพลงจากละคร citta มาไว้แว้วนะ คุนดรีม 

    01 december

    ~ละคร ละคร ละคร~

    วันนี้ ดูละครเวทีของตัวเองค่ะ
    ละครชั้นปีที่ทำ เนื่องในโอกาสคอนเสิร์ตสนุกสนานในคณะ
    ซึ่งเปนหน้าที่ทุกปีที่ปี 3 ศิริราช
    จะต้องทำละครหนึ่งเรื่อง ส่งท้ายงาน
    และปีนี้ก็เปนโอกาสของ ADOK
    (คือเรากับเพื่อนอีก 3 คน) ที่ได้รับผิดชอบ
    ได้มานั่งเขียนบท ถกบท กำกับ
    (ของเราจะหนักไปที่เพิ่มฉาก เพิ่มเพลง ฯลฯ)
    แก้นั่นนี่ วุ่นวาย  เราต้องติดต่อประสานงาน
    เปนสิ่งที่เราไม่ถนัดที่สุด กับเรื่องการติดต่อใครๆ
    แต่ก็ผ่านไปด้วยดี
    เราได้แต่งเพลงเอง 1 เพลง
    และแปลงเนื้อร้องอีก 2
    เพราะต้องการจะทำเปนละครเพลงน่ะค่ะ

    แล้วมันก็จบลงไปอย่างงดงาม
    อาจจาแป้กนิดหน่อยตรงท้ายๆ
    แต่ว่าเรา สุขใจ และอิ่มใจจิงๆ
    มีคำพูดมากมาย อยากขอบคุนคนนั้นคนนี้
    คงกล่าวไม่หมด
    ก็ขอให้รู้ไว้แล้วกันว่า
    เราดีใจที่อยู่คณะนี้
    แล้วไม่ได้มาเรียนแว่นหนาเตอะเพียงอย่างเดียว
    อย่างที่คนภายนอกเข้าใจ

    พวกเราต่างก็มีพลังมากมายที่เก็บซ่อนไว้
    เพื่อนๆ ตั้งใจกันดีจิงๆ
    ได้รับคำชมมากมาย  ขอบคุนนะคะ
    พี่ๆ และอาจารย์ก็บอกว่า ดีจัง
    น้องๆ ก็มาบอก
    ดีใจจังค่ะ

    ถึงแม้เราจาไม่ได้ทำละครเวทีใหญ่ๆ
    อย่างนิเทศเค้า
    แต่เราก็พอใจนะ
    ที่ละครเวทีเล็กๆ ของเรา ทำให้งานนี้สนุก
    และเปนที่จดจำ และชื่นชอบของใครบางคน

    คนที่อ่านมา อาจจะไม่เข้าใจว่าเราพูดเรื่องอะไร
    ถ้าอยากดูล่ะก็ บอกได้นะ
    เรากำลังจาทำวีซีดีด้วยล่ะ

    เรื่องย่อนะคะ
    +
    +
    +
    +
    +
    +

    ท่ามกลางความหวังที่จะเริ่มชีวิตใหม่
    ของนักฆ่าคนหนึ่ง 
    เธอได้พานพบเจอกับอุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่
    หนทางที่เธอต้องเลือก
    ระหว่างการทรยศต่อผู้ที่จะมอบชีวิตใหม่แด่เธอ
    กับการตอบแทนผู้ที่ให้ชีวิตเธอในอดีต
    ภายใต้เงามืดของเมืองที่ปกคลุมทุกคนไว้
    ใครที่เธอควรจะวางใจ
    สิ่งใดคือสิ่งที่ถูกต้องที่เธอควรทำ

    ขอเชิญสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลาย
    พบละครเวที่โดย นศพ.ศิริราชชั้นปีที่ 3
    La Citta del Peccato

    ป.ล. จบงานแล้ว ก็โล่งอกจิงๆ ค่ะ

    15 november

    ~~NANA~~

    แล้ววันนี้ก็สอบเสร็จแล้ว...วะฮะฮ่า!!!
    หลังจากที่ไปถ่ายวิดีโอหมอค้นคนเสร็จ
    ข้าพเจ้าก็ได้เวลาจรลีไปนิวาสถานที่มุ่งหมาย
    ที่ลิโด้นั้นพบแต่ความว่างเปล่า
    "หมดรอบแล้ว" อ๊าาา...ไม่นะ
    "ฉายที่โรงหนังสยามค่ะ" แป่ว..เปนงั้นไป
    ลากสังขารไปสยามก็ได้
    แล้วเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง
    สาวหมายเลขเจ็ดทั้งสอง ไม่ทำให้ผิดหวังเร๊ย
    เปนความสุขใจมากๆ ค่ะ ที่ได้มาดู...นานะ
    อีกสามสาว ADO ที่อยู่ข้างๆ
    ขากลับพากันเมาท์แตกแหลกลาญ
    ถึงสถานการณ์ที่เพิ่งได้เผชิญมาสดๆ ร้อนๆ
    ทั้งฉาก ตัวละคร คอสตูม เสียงเพลง...
    ทำไมมันจึงโดนใจไปหมดเช่นนี้นะ
    ขอบคุณ อ.ยาซาว่า จิงๆ ที่ได้เขียนการ์ตูนดีดีเรื่องนี้ออกมา
    เราเองก็ได้แต่เงียบงันเช่นเคย ขอเก็บความสุข
    ไว้ในใจซักพักก่อน
    เพราะความคิด ความรู้สึกที่เผชิญร่วมกับเจ้าฮาจิ
    มันยังเอ่อล้นอยู่
    วันนี้จึงมีความสุข...จังเลย



    ส่วนต่อไปนี้สปอยล์นะจ๊ะ
    ใครไม่อยากรู้เรื่องก่อนดูหนังผ่านไปซะ

    จากหนังสือการ์ตูนที่หลายคนรู้จักกันดี
    เรื่องของหญิงสาวสองคนที่มีชื่อท้ายเหมือนกัน
    คือ ...นานะ...
    อาถรรพ์หมายเลข 7 นั้นชักพาให้ชะตาชีวิตได้มาอยู่ด้วยกัน
    แม้นิสัยจะต่างกันสุดขั้วแต่ทั้งสองกลับเข้ากันได้เปนอย่างดี
    คนหนึ่งที่ต้องการความรัก ไม่เคยพอ
    กับอีกคนที่ศักดิ์ศรีและความใฝ่ฝันสำคัญกว่ารักแท้
    สิ่งที่เราชอบอย่างที่หนึ่งในหนังเรื่องนี้
    ที่ทำมาจากการ์ตูนจริงๆ นั่นก็คือ
    ความเปนการ์ตูนจริงๆ ที่ปรากฎอยู่ทุกขณะของหนัง
    บทที่เรียกว่าไมได้ดัดแปลงความเปนไปในการ์ตูน
    เลยแม้แต่น้อย แม้แต่บทสนทนา
    นั่นมันคำพูดจากในหนังสือชัดๆ เลยนี่
    หรือจะเรียกอีกอย่างก็คือ
    หนังเรื่องนี้ คือ การ์ตูนที่ใช้คนแสดงแทนลายเส้น
    อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาในตอนต้นเรื่อง
    คือคำพูดแทนความในใจเจ้าฮาจิ
    ซึ่งเจ้าสุนัขน้อยในสายตานานะคนนั้นก็ช่างน่ารักจิงๆ
    "nee nana atashi.." แค่เกริ่นเสียงออกมาแค่นี้
    เราก็รู้สึกได้ว่า นี่มันเจ้าฮาจิในใจเราจริงๆ
    แล้วก้อ..โนบุโอะ ถึงลุคจะไม่ค่อยได้
    ท่าทางก็เปนยิ่งกว่าที่คิดไว้
    กลายเปนตัวโจ๊กซะได้
    แต่ก็น่ารักจริงๆ เลย  ดูเปนเด็กใสๆ ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราว
    สงสารเค้าจังที่ตอนสุดท้ายนั้นก็ยัง
    ติดบ่วงในความอินโนเซ้นท์ของตนเอง
    (อันนี้ตอนต่อจากหนังนานมากๆ)
    กลับมาที่หนังต่อดีกว่า
    ตอนที่เจ้าฮาจิมองไปเห็นโชจิกับซาจิโกะกอดกัน
    เปนเราก็คงทำเช่นกัน
    "ไม่อยากเห็นหน้าอีกแล้ว" มันเหมือนกับว่าพอเสียที
    แต่เราเองก็ทำไม่ได้ ร้องไห้อยู่เนิ่นนาน
    กับเรื่องในอดีตที่ค้างคาใจเรา
    เราก็คงเปนเหมือนฮาจิที่ไม่รู้ตัวเลยว่า เรานั้นเอาแต่ใจ
    แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่ใช่การมาบอกกล่าวกันตรงๆ
    การปิดบังเหล่านั้น มันแย่ซะยิ่งกว่า
    ตอนที่นานะกอดเจ้าฮาจิที่ร้องห่มร้องไห้ไว้
    รู้มั้ย...เรานึกถึงโมโมะจัง
    ตอนนั้นที่เราแย่ โมโมะก็เหมือนเปนนานะสำหรับเราเลยล่ะ
    การที่มีใครซักคนอยู่ข้างๆ ตอนที่เราผิดหวังมากๆ เศร้ามากๆ
    แค่นั้นก็พอแล้วล่ะเนอะ แล้วเราก็รู้สึกถึงความอบอุ่นได้
    ไม่ต้องพูดกันหรอก
    เอ่อ..คิดว่าจาวิจารณ์หนังซักหน่อย
    แต่เราคงเปนนักวิจารณ์ที่ดีไม่ได้แน่เลย
    ใส่ชีวิตตัวเองลงไปซะนี่

    อือ...
    อาถรรพ์เลข 7 จริงๆนะ
    นานะ 2 คน = 14
    วันนี้ก็วันที่ 14
    แต่มันก็ต้อง lucky กันบ้างละน่า...

    ปล1. ขอบคุนอาม่านะที่จาเปนเพื่อนไปดูให้
    ปล2. แต่ขอโทษทีที่เราชิ่งไปดูตัดหน้าซะแล้ว
             ไว้ถ้า saikano ทำเปนหนังหรือมีอนิเมมาฉายเมื่อไหร่
             จาไปดูด้วยนะจ๊า ก็อาม่าเปนคนชักชวนให้เรารู้จักนิ
    ปล3. นานะเมืองไทยออกถึงเล่ม 10 แล้ว ติดตามกันได้
    19 september

    The Luciano's vs ศึกวังค้างคาว ตอนรัตติกาล..จ๊วบ

    ละครเวทีปีนี้ ก็ได้ดูหลายเรื่องทีเดียว
    ตั้งแต่ เดชไอ้ด้วน ของถาปัดจุฬา
    ทวิภพ จากค่าย Xact และ scenario
    จนมาสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนและหลังสอบนี่แหละ
    ได้ไปดูสองละครเวที
    ของต่างคณะต่างสถาบัน
    ต่างคนละเรื่องราวแต่แฝงไว้ด้วยความตั้งใจเดียวกัน
    ความตั้งใจของคนที่คนทำละครน่ะค่ะ


    The Luciano's
    ละครเวทีปีนี้ของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
    เรื่องย่อก็คงพอรู้เนอะว่าเปนเรื่องราวของแก๊งมาเฟีย
    เทือกนี้แล
    แต่จุดน่าสนใจและคำขายของเขาน่ะ
    "เมื่อความจริงของแก๊งต้องกลายเป็นความลับของบ้าน"
    เป็นประโยคเด็ดทีเดียวและสรุปใจความสำคัญของเรื่องราวได้หมด
    เรานั่งดูละครเรื่องนี้กับสกาวและน้องเรา
    อย่างไกลอ่ะ  ทำไงได้ไม่ได้จองไว้ก่อน
    แต่ก็โอเคล่ะ
    น้องเราจะหลับไม่หลับแหล่ ไปซัก 50%
    คงพอสรุปความรู้สึกของชาวบ้านบางส่วนที่ไปดูได้
    แต่ชาวบ้านอีกหลายส่วนก็บอกว่าสนุกนะ

    และเช่นกันชาวบ้านอย่างเรา
    คิดได้ว่าก็โอเคอ่ะ
    คิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้อ่ะ
    อย่าให้บทแก้ให้สมจริงอีกสักหน่อย

    แต่ที่เราชื่นชมมากจนทำให้ความคิดอยากซิ่วหวนกลับมาในสมองชั่วแล่นนึง
    ก็คือ การแสดงที่ดีถึงดีมากของนักแสดงทุกคนเลย
    ทุ่มเทกันจริงๆ  ที่ชอบมากๆ ก็พี่ก้องที่แสดงเป็นป้าแก่มากาเร็ตอ่ะ
    เป็นรุ่นพี่ที่เตรียมอีกด้วย  ไปได้ดีกันจิงๆ เลย นับถือ
    อย่างสอง เพลงประกอบ
    สุดยอดอ่ะ ทำกันเองได้ไง...
    พลิกกลับไปดูรายนามคนทำงาน
    เอ..จะใช่พี่กิฟท์ที่ซิ่วจากศิริราชไปรึป่าวนะ
    เขามีรายชื่ออยู่ในฐานะคนทำเพลง
    และ programming หลายอัน
    ขอบอกอีกครั้งว่า ซู้ดยอด
    ข้าน้อยขอคารวะเลยอ่า

    อือ...น่าจะใช่จริงๆ นะ เพราะว่าพี่อาร์ทประธาน สพศ. ปีนี้ ก็บอกว่าเพื่อนเขา
    เฮ้อ...เกศรินก็ได้แต่ดีใจกะเขาด้วยอ่ะนะ
    ที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบและทำได้ดี
    เอ๊ะ...ถ้าเป็นพี่กิฟท์ จะใช่พี่ของกั๊ทรึป่าวอ่า (เรายังจำกั๊ทได้นะ ส่วนหมูก็สบายดี)
    น่าจะใช่นะ ถ้าจำไม่ผิด


    นอกนั้นก็ทั่วๆ ไป อย่างแสงสี  ฉาก จัดว่าทำได้ดีในคุณภาพนี้ล่ะ
    เอ..ลืมชมชุดเต้นแฮะ  อันนี้ก็ดีนา  พร้อมเพรียงแสวยงาม

    ง่า ก็ขอจบแค่นี้ดีกว่า มันไม่ใช่รีวิวนี่เนอะ แต่อยากให้แต้มอ่า
    เอาไป 8.5 เต็มสิบ นี่ๆ แค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะ ตัดไปหนึ่งจุดก่าๆ จากบทอ่ะ

    ปล.ซื้อซีดีเพลงประกอบทั้งของปีนี้และ รวมเพลงเด่นของหกเจ็ดปีที่แล้ว
    มาด้วยล่ะ (เปนเอามากนะเนี่ย -_T)





    ศึกวังค้างคาว...
    ส่วนเรื่องนี้ โดยคณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์จ๊ะ

    อย่างแรกเลยนะ
    อึ้งไปเลยที่รู้จากปากคุนฟูที่ไปดูด้วยกันว่า
    "ไอ่เกศ แกจำน๊อตได้ป่าว มันเล่นเปนพระเอก"
    เฮ้ย..น๊อตเนี่ยนะ ไอ่คุนประธานตึกสามเนี่ยนะ
    หลังจากทำใจสามวินาที  อีชั้นก็แล่นไปที่บอร์ดภาพ
    เออ...หน้าตามันคล้ายๆ จิงด้วยแฮะ

    อย่างสอง นั่งบันไดก่ะ
    นั่งกะพื้นบันไดอ่า  เพราะแย่งกันกะคุนดรีม
    พยายามเจ้นท์กะเพื่อนฝูงเต็มที่ (ไม่มีใครมาเจ๊นท์ด้วยก็งี้แหละ)

    อย่างสาม  เรื่องนี้ไม่ใช่ละครเพลงเจ้าค่ะ
    สนทนากันทั้งเรื่อง  ส่วนเพลงประกอบน่ะหรือ
    คลับคล้ายว่ามาจากซีดีแผ่นหนึ่งจากร้านพี่คนนั้น ที่คุนออยนำมา
    ใส่ The Netter อันลือเลื่องน่ะเอง (รายละเอียดเน็ตเตอร์จะมาเล่าในครั้งต่อไปนะ)

    ง่า อย่างสี่ มุขเสี่ยวบ้าง ลื่นบ้าง ที่ทะยอยออกมาเป็นระลอก
    หัวเราะเปนคลื่นๆ อ่า  เหมือนอึไม่สุดซะทีเดียว  ต้องกลั้นใจเรื่อยๆ

    แต่ที่มีดีให้ชมก็มีนะ
    กะคอสตูมและแต่งหน้า ใช่ได้ทีเดียว
    เพราะคราวนี้ใกล้เวทีมั้งเลยมองรายละเอียดได้ดีขึ้น
    และก็การเล่นมุขสดและอิมโพรไวซ์บทของนักแสดงบางคนอ่า
    ทำได้ดีมั่กๆ

    เหมือนเขารู้ว่าพี่ก้องและเพื่อนๆ จากลูเชียโน่มาด้วยมั้ง
    น๊อตก็เลยเล่นร้องมาเฟียแก้คืนซะทันควันยังงั้น
    เปนอันนึงทีเราจำได้ดีเลยนะเนี่ย...

    อื่นๆ ก็ไม่มีไรมากจ้า  ด้อยกว่าเรื่องบนอย่างละนิดละหน่อยแต่ก็อะลุ้มอะล่วยได้ว่า
    เรื่องประสบการณ์และ connection น่าจาอ่อนกว่า
    ถือว่าสอบผ่านเรื่องความตั้งใจให้สนุกละเนอะ

    ให้จากใจไป 7 เต็มสิบเจ้าคะ




    สรุปเนอะ
    The Luciano's ดูจะเข้าขั้นในเรื่องการเก็บรายละเอียด
    เพื่อให้ครบเครื่องละครจริงๆ
    แต่เสียไปหน่อยที่ความตั้งใจตรงนั้นมากไป
    มุข เมิก ความสนุกสนานเลยอ่อนก่าอ่า
    ส่วนวังค้างคาวก็อาจไม่ดีนักในเรื่องความสมบูรณ์แบบ
    แต่ก็ใส่ความตั้งใจในเรื่องความสนุกสนานเต็มร้อย

    ไม่ได้ด้อยหรือเด่นไปกว่ากันมากมาย
    ด้วยทั้งสองเรื่องก็ตอบสนองความต้องการของเราได้ดีระดับนึงเช่นกัน
    นั่นคือ "ละครเวทีฝีมือนักศึกษาที่ตั้งใจทำมาให้คนดูชม" นั่นเอง

     
    *