katsarin's profilekumikase--แปลว่าห้องของเ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 14

    ปัญหาที่แก้ไม่ได้

    ก็ใกล้งานสัปดาห์หนังสือเข้ามาทุกที
    ปีนี้ 30 Mar- 10 Apr หล่ะ

    รื้อหนังสือเก่ามาดู
    มีทั้งที่อ่านแล้ว
    ยังไม่ได้อ่าน
    และอ่านซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
    ขอเรียกหนังสืออย่างสุดท้าย ว่าโคดจะคุ้ม

    และหลายเล่มในเหล่านั้น ก็คือ
    รวมบทความคุยกับประภาส
    คุยกับประภาส
    ตัวหนังสือคุยกัน
    กบเหลาดินสอ
    มะเฟืองรอฝาน
    เชือกกล้วยมัดต้นกล้วย
    ยอดมนุษย์ลำลอง
    เท่าดวงอาทิตย์
    แมงกระพรุนถนัดซ้าย

    ตอนนี้ก้มีแปดเล่มแล้วนะ
    เป็นหนังสือที่เราไม่ลังเลใจที่จะซื้อเลย (ถ้ามีตังในกระเป๋าพอนะ)
    แต่มาค้นๆ ดูแล้ว มันหายไปคับท่าน
    หายไปไหนฟระ

    ช่างเถอะ...

    เค้าเปนใคร

    พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์
    เปนนักคิด นักเขียน และอีกหลายๆ นัก ตามที่หลายคนอยากจะคิด

    จะเอาให้ใกล้ตัวคนที่ไม่รู้จักเค้าหน่อย
    ก็ต้องบอกว่า พี่เค้าเปนผู้ร่วมก่อตั้ง WorkPoint
    ร่วมกะคุณปัญญา "ถูกต้องนะคร้าบบบบ" นั่นแหละ
    และผู้ร่วมก่อตั้ง เบื้องหลัง และสมาชิกของวง"เฉลียง"
    บางทีอาจจะรู้จักเพลงนี้มากกว่า

    นิทานหิ่งห้อย
    พี่จิกก็แต่งเนื้อร้อง

    แล้วทำไมเราต้องมาแนะนำพี่จิกด้วย

    ก็เพราะเราคิดถึงเค้า และเค้าก็เปนกำลังใจให้เราตลอดมาน่ะสิ

    ....ผ่านทางตัวหนังสือ ข้อเขียน บทสัมภาษณ์ เกมที่เค้าคิดขึ้น
    และเพลงเพราะๆ อีกหลายเพลงนั่นแหละ...

    อย่างวันนี้ก็เหมือนกัน
    อ่าน mail จากเพื่อนที่ไปลันล้าที่แดนไกล
    คุยโทรศัพท์กับเพื่อนแดนใกล้
    แล้วก็นั่งคิดอะไรไปเรื่อย

    หยิบหนังสือข้างๆ มือมาได้

    เปน ยอดมนุษย์ลำลอง
    มีคนเขียน จม. ไปถามพี่จิก ในหน้า 14 มติชน อาทิตย์สุขสรรค์ ว่า

    ถึงพี่ประภาส

    พี่ประภาสคงเคยได้ยินเพลงของพี่บอย โกสิยพงษ์ ที่ร้องว่า
    "อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี
    ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด" แบบนี้ก็แสดงว่าให้เรายอมแพ้
    และยอมรับความพ่ายแพ้นั้นซะ อย่าไปต่อสู้เพื่อฝัน ใช่มั้ยครับ ตกลง
    เราควรจะฝันให้ไกลไปให้ถึง หรือ เรียนรู้และยอมรับมันกันแน่

    ตุลย์

    คำตอบของพี่จิก เราจะขอตัดมาแต่บางท่อนนะคะ

    "..ผมกำลังจะบอกว่าเราจึงไม่ควรไปทุกข์กับปัญหาที่เรา
    ควบคุมอะไรไม่ได้
    ทุกข์ของคนที่สอบเข้า ถ้าจะมีก็ควรเหลือเพียงว่า "เราจะทำ
    ข้อสอบได้ไหม"
    ไม่ใช่มัวแต่ทุกข์ว่า
    "จะเข้าได้ไหม"

    ร้องมันทั้งสองเพลงก็ได้ครับ อะไรในฝันที่เราพอจะสั่งมัน
    ด้วยมือของเราได้เราก็ร้อง "ฝันให้ไกลไปให้ถึง" อย่าได้หยุด
    ส่วนปัญหาใดที่อยู่ในมือของพระเจ้า เราก็ยืนหยัดเงยหน้า
    ยอมรับและก็ร้อง live and learn อย่างรู้เท่าทัน"


    เขียนไว้เนื่องในวันที่มีทุกข์เล็กๆ น้อยๆ ถาโถมเข้ามาใส่ค่ะ


    ปล. คุณผู้ชายขา เวลาผู้หญิงบ่นน่ะ เค้าต้องการแค่คนรับฟัง
    ไม่ได้ต้องการให้ช่วยแก้ไข หรือคิดหาทางออกนะคะ
    เพราะฉะนั้น เพื่อนผู้หญิงถึงคุยกันจุ๊กจิ๊กยังไงละคะ


    ปล.2 ชอบทู้นี้อ่ะ เค้าถามว่า ก่อนตาย พูดได้สี่คำ
    เปนแก แกจะพูดอะไร
    http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X5224215/X5224215.html
    February 25

    ของขวัญจากชายหนุ่มชื่ออ้น



    วันนี้ไปดูเด็กหอมาค่ะ
    ประจวบเหมาะก็เลยแวะ se-ed เช่นเดิม
    ถามหาหนังสือ "ของขวัญ" เล่มนี้
    ให้ตัวเอง ที่กำลังเดินทางอยู่
    เดินทางในถนนสายชีวิตน่ะค่ะ

    (เอ๊ะ..ทำไมมีลงท้ายคะ ขา ด้วยนะ)

    วันนี้ก็ไปดูหนังคนเดียวอีกแล้ว ใครๆ เค้าก็มาด้วยกัน
    แต่แปลกที่เราไม่เหงา ทำไมนะ?

    หนังสือเล่มนี้ รวบรวมบทความการเดินทางของสราวุฒิ มาตรทอง
    นักแสดงคนหนึ่งที่เราชื่นชมมากๆ
    (ตอนนี้ก็ยิ่งมากเข้าไปอีกแล้ว)
    ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวเทือกนั้นหรอกนะ
    แต่เปนบันทึกการเดินทางไปในถนนชีวิต
    ถนนที่เค้าทำความรู้จักมัน ด้วยใจทั้งใจ

    เราชอบที่จะเดินทาง
    และข้างทางที่เราเดินนั้น มันก็มีความหมาย
    เราเลยชอบมองไปข้างทาง ทั้งตอนที่อยู่บนรถ บนเรือ
    หรือเดินอยู่ก็ตาม
    (แต่ยังไงก็อย่าละเลยที่จะมองไปข้างหน้าด้วยล่ะ เดี๋ยวจะล้มไปซะก่อน)

    ตอนนี้ กำลังเริ่มชอบการเก็บความรู้สึกจากการเดินทาง
    เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อยๆ
    ไม่ว่าจะจากการถ่ายรูป หรือจดบันทึกก็ตาม
    มันไม่ได้มีความหมายเมื่อได้กลับมาดูภายหลังเท่านั้น
    แต่มันคือความสุขมากมายขณะที่กำลังเก็บความทรงจำนั้นอีกด้วย
    ได้ทบทวนการเดินทาง ที่กำลังจะผ่านพ้นไป

    ได้เรียนรู้ที่จะรู้จักชีวิตของเรามากขึ้นเรื่อยๆ
    ในขณะที่เวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

    ยังไงก็เดินคนเดียวอย่างมีความสุขค่ะ อย่างน้อยก็รู้ว่า
    เส้นทางเดินที่เราก้าวอยู่นี้
    เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

    เท่านั้นก็พอแล้วละ


    ป.ล. ขอบคุณเพื่อนใหม่ทางตัวหนังสือที่ชื่อคุนอ้นเน้อ.. ^_^

    ป.ล.2 เพิ่งเห็นว่าเมื่อสองโมง โพสอะไรที่เศร้าๆ เนือยๆ ลงไป
              พอกลับบ้านมาพร้อมหนังสือคุนอ้น แล้วก็ดีขึ้นทันตาเห็นเลยอ่ะ

    เพิ่มเติม จากหนังสือ GIFT หน้า 110 ชอบจางเลย

    พระเจ้าให้เรามีสองขาไว้เดิน
    สองแขนไว้โอบกอด
    สองหูไว้ฟัง
    สองตาไว้มองเห็น
    แต่กลับให้เรามีหัวใจดวงเดียว ...ทำไม
    เพราะท่านมอบหัวใจอีกดวงหนึ่งไว้ให้กับใครอีกคนหนึ่ง
    คนซึ่งเราต้องตามหา